โจนาธาน สเป็คเตอร์ จากกองหน้าตัวสำรองสู่สโมสรที่ยิ่งใหญ่
5 ธันวาคม 2547 5,165
ไม่น่าเชื่อว่ากองหน้าตัวสำรองของ เฟรดดี้ อาดู จะแปลงร่างเป็นยอดกองหลังดาวรุ่งและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สเป็คเตอร์ มาทดสอบฝีเท้ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่ออายุเพียง 16 ปี และได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดเพื่อทดสอบฝีเท้า ซึ่งซีซั่นที่ผ่านมาเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุด U-19 และทีมสำรองในตำแหน่งกองหลัง ปัจจุบันเขาได้มีโอกาสเล่นในทีมชุดใหญ่นับทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว
การเดินทางข้ามทวีปมาเล่นให้กับสโมสรที่มีชื่อเสียงทีสุดในโลกถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะถ้าย้อนไปเมื่อสิบห้าเดือนก่อนหน้านี้ ดาวรุ่งจาก Arlington Height III กำลังต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งกองหน้าตัวจริงในทีมชาติสหรัฐ U-17 อยู่เลย เรื่องราวตอนนั้นเกิดเพราะเหตุสุดวิสัยแท้ๆ โดยในเดือนพฤษภาคม ปี 2002 ตอนที่ทีมสหรัฐชุด U-17 กำลังแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ Ballymena International ทีมกำลังมีปัญหาในเกมรับเพราะผู้เล่นหลายคนไม่พร้อม หัวหน้าโค้ช จอห์น เอลลิงเกอร์ กำลังมองหาผู้เล่นที่ช่วยแก้ปัญหานี้ และเขาก็เห็น สเป็คเตอร์ นักเตะกองหน้าสูงหกฟุต หนักร้อยแปดสิบปอนด์ ที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง และเรียกมาเล่นในตำแหน่งกองหลังทันที สเป็คเตอร์เขาไม่เคยลืมวันที่ต้อง “เปลี่ยนตำแหน่ง” ใหม่จากกองหน้าสู่กองหลัง
” ผมกังวลนิดหน่อยครับตอนจะต้องลงเล่น เพราะผมไม่เคยเล่นกองหลังให้กับทีมเลย” สเป็คเตอร์กล่าว
” แต่ผมก็คิดว่าถ้าโค้ชเชื่อมั่นให้ผมลงเล่นในตำแหน่งนั้น ก็ไม่มีเหตุผลจะมานั่งกังวล ผมว่ามันเป็นโอกาสดีอีกต่างหาก ที่จะได้มีส่วนร่วมกับทีม เพราะผมไม่ได้ลงเล่นมากนัก”
เอลลิงเกอร์ ให้ สเป็คเตอร์ ลงเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางในเกมที่สองที่พวกเขาพบกับเวลส์ ซึ่งจบเกมด้วยการชนะไป 2-1 และดูเหมือนว่าจะได้ผล ทำให้ สเป็คเตอร์ ลงเป็นตัวจริงในเกมถัดมาที่พบกับออสเตรีย และทีมก็ชนะไป 1-0 คราวนี้พวกเขาเชื่อแน่นอนว่ามันได้ผล! ซึ่งหลังเกมที่พบกับออสเตรีย สเป็คเตอร์ กลายเป็นตัวหลักในแนวรับของทีมเรื่อยมา แต่ไม่ใช่แค่นั้นแน่ เพราะในกลุ่มผู้ชมวันนั้นมีแมวมองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มองเห็นแววของสเป็คเตอร์ ว่าสามารถเล่นในแนวรับให้กับทีมปีศาจแดงได้
หลังจากทดสอบฝีเท้าเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ในเดือนกันยายน ปี 2002 สเป็คเตอร์ ก็ได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมหลังจบการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน U-17 ชิงแชมป์โลก ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงแค่ 90 นาทีในเกมกับออสเตรีย ได้เปลี่ยนชีวิตของเด็กหนุ่มอเมริกัน คนนี้ไปเลย 4 เดือนก่อนหน้านี้โอกาสในเส้นทางลูกหลังของเขาค่อนข้างจะมีอุปสรรค์ ในแคมป์เก็บตัวเยาวชนทีมชาติสหรัฐ สเป็คเตอร์ ต้องออกจากบ้านไปไกลเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย รวมถึงไม่ได้เป็นตัวเลือกอันดับแรกในการเป็นตัวจริง แล้วยังต้องแย่งชิงตำแหน่งภายในทีมกับกองหน้ารายอื่นๆ
“ผมรู้สึกแย่มากในตอนแรกๆ ผมไม่ได้เล่นตำแหน่งกองหน้ามากนักด้วย” สเป็คเตอร์เล่า
“ผมได้ลงเล่นช่วงท้ายๆ เกมเป็นประจำ มันลำบากหน่อยตอนนั้น ผมเลยคิดถึงบ้านมากเลยช่วงแรกๆ”
“จริงๆ แมวมองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งใจมาดูกองหน้าของออสเตรีย แต่พวกเขาก็ได้เห็นผมเล่นแทน ก็ผมเล่นจับตายหมอนั่นแบบไม่ได้ยิงเลยสักครั้งในเกม กองหลังเราก็เล่นดีด้วย” สเป็คเตอร์ อวด
หลังจากจบทัวร์นาเมนต์เขารู้ว่ามีทีมในยุโรปสองสามทีมที่สนใจตัวเขาอยู่ แต่ไม่ได้มีสโมสรไหนติดต่อเข้ามา เขาเลยคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ แต่ไม่นานหลังจากนั้นข่าวลือ ก็กลายเป็นจริงเมื่อ เอลลิงเกอร์ บอกเขาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอมา
ในเดือนกันยายน เพียงหนึ่งปีหลังจากเข้าร่วมค่ายเก็บตัว สเป็คเตอร์ ก็ขึ้นเครื่องบินมายังประเทศอังกฤษ เพื่อทดสอบฝีเท้า และไปร่วมฝึกซ้อมร่วมกับทีมทันทีที่ลงจากเครื่อง เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยในตอนนั้น แต่เด็กหนุ่มรายนี้ก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าแล้ว
“ผมรู้ว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผม แล้วผมก็จะไม่ยอมพลาดมันเด็ดขาด” สเป็คเตอร์ บอก
“ผมไม่ได้กลัวมากนักหรอกครับ แค่ดีใจกับตื่นเต้นสำหรับโอกาสที่ผมได้รับแค่นั้นเอง มีนักฟุตบอลอเมริกันเพียงไม่กี่คนที่ได้รับโอกาสมาเล่นในยุโรป นับว่าผมโชคดีเลยทีเดียว”
“ผมคิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ผมแค่ไปที่นั่นแล้วทำให้เต็มที่ แล้วผมก็จะได้ผลที่ดี แต่ถ้าไม่ มันก็ยังเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดอยู่ดีครับ”
“สองสามวันถัดมาเป็นอะไรที่ราบรื่น สต๊าฟโค้ช ขอให้ผมอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน ซึ่งผมก็ยินดีมาก แล้วก่อนหน้าที่ผมจะกลับ พวกเขาก็ยื่นสัญญาให้ผม แล้วก็บอกให้กลับไปคุยกันที่บ้านก่อน”
หลังจากเดินทางไปที่แมนเชสเตอร์ อีกครั้งกับพ่อและแม่ สเป็คเตอร์ เลือกที่จะย้ายออกจากสหรัฐฯ บ้านที่เขาคุ้นเคย แล้วเริ่มต้นกับความฝันของเขา ส่วนหนึ่งคงมาจากความประทับใจต่อสโมสร ที่เขาบอกว่า “บริการชั้นหนึ่ง” เช่น การเข้าไปชมเกมสองสามนัด (รวมถึงเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับ เลเวอร์คูเซ่น ด้วย), การเข้าไปคุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แบบตัวต่อตัว, การได้พบนักเตะชื่อดัง อย่าง ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์ รวมทั้ง เดวิด เบ็คแฮม ยิ่งกว่านั้นเขายังมีโอกาสได้พบ รุด ฟาน นิสเตลรอย นักเตะในดวงใจด้วย
“เขาทำให้ผมประทับใจจริงๆ” สเป็คเตอร์ พูดพร้อมกับยิ้มอย่างประทับใจ
“ผมรู้สึกหวั่นใจนิดหน่อย แล้วก็ไม่กล้าเข้าไปหาเขา รุด แนะนำตัวกับผม ซึ่งผมงงมากเพราะทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร มันยอดจริงๆ ครับ ผมเพิ่งเห็นเขาเล่นเมื่อคืน แล้วก็ยิงได้ลูกสองลูก แถมยังเป็นประตูที่เยี่ยมมากๆ ด้วย”
“ผมรู้สึกภูมิใจมาก รุด เดินเข้ามาหาผมแล้วก็ถามว่าผมมาจากไหน ผมบอกไปว่ามาจากอเมริกา เขาก็บอกว่าถ้ามีโอกาสก็อยากไปที่นั่นเหมือนกัน เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ”
สเป็คเตอร์ รอเซ็นสัญญายาว 4 ปี เพราะต้องทำตอนอายุครบ 18 ปี ในการสำหรับเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ สเป็คเตอร์ บินกลับไป แมนเชสเตอร์ อีกครั้งตอนเดือนเมษายน ปี 2003
“ผมบินไปที่นั่น เซ็นสัญญา แล้วก็บินกลับวันต่อมาเลยครับ”
สเป็คเตอร์บอกว่าคงจะคิดถึงบ้านมาก แต่ความรู้สึกคงคล้ายว่าเขาไปเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขาพักอยู่กับครอบครัวที่รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม ที่มีลูกสองคน อายุเท่าเขาคนหนึ่ง อีกคนแก่กว่าซึ่งทั้งคู่ก็เป็นนักเตะเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน เขาพักอยู่กับครอบครัวนี้ช่วงตอนมาทดสอบฝีเท้า ซึ่งเขาบอกว่ายอดเยี่ยมาก จึงตัดสินใจอยู่กับพวกเขาที่นี่
สเป็คเตอร์ ยังบอกอีกว่าเขาพยายามทำงานร่วมกับ ทิม โฮเวิร์ด ผู้รักษาประตูชาวอเมริกันของทีม และหวังว่าทั้งคู่จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลอเมริกัน ดีขึ้น
“ผมมองไปถึงโอกาสที่ผมจะได้รับ ผมต้องการแสดงให้เห็นว่าวงการฟุตบอลของเรา (สหรัฐฯ)ก้าวหน้าขนาดไหนในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เพราะผมรู้สึกว่าเรายังไม่ได้รับการยอมรับมากนัก”
“มันเป็นแรงกดดันเมื่อมีหลายคนจ้องดูผม ดูว่าผมเล่นยังไง และก็บอกว่าฟุตบอลของสหรัฐฯ อยู่ในระดับไหนจากการเล่นของผม แต่ผมไม่ได้มองอย่างนั้นหรอกครับ”
และหลังจากที่ผู้เล่นอย่าง แบร็ด ฟรีเดล, เคซี่ย์ เคลเลอร์, เอ็ดดี้ เลวิส, โจ แม็กซ์มัวร์, จอห์น ฮาร์เกส และ ไบรอัน แม็คไบร์ด ได้ไปจากการมาเล่นที่อังกฤษ คือ “สำเนียง” แบบอังกฤษ ซึ่งเขาบอกว่าคงไม่อยากติดสำเนียงแบบนั้นแน่
“มันเป็นไปได้ครับ หลายคนก็บอกอย่างนั้น ผมยังได้ยิน แบร็ด ฟรีเดล พูดติดสำเนียงนี้เลย มันคงตลกนะถ้าผมพูด แต่ผมยังมีเพื่อนอเมริกันอยู่อีกคน เราคงจะชวนคุยกันได้ แต่ใครจะไปรู้หละครับ ผมอาจติดสักวันก็ได้” สเป็คเตอร์ กล่าวทิ้งท้าย
eric_the_king
2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC